การเรียกร้องของโจ ไบเดน ที่มีความต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ Eco ให้มีการเติบโตเคลื่อนไหวมากขึ้น

การเรียกร้องของโจ ไบเดน ที่มีความต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ Eco ให้มีการเติบโตเคลื่อนไหวมากขึ้น

ข้อตกลงภาษีที่เข้าใจได้ดึงดูดความสนใจส่วนใหญ่ในการประชุมรัฐมนตรีคลัง G7 ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำในคอร์นวอลล์ในสัปดาห์นี้ สิ่งนี้ควรเปลี่ยนการปฏิบัติด้านภาษีระหว่างประเทศของ บริษัท ข้ามชาติ แหล่งหลบเลี่ยงภาษี และเขตอำนาจศาลภาษีต่ำ แต่บางทีการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ทั่วโลก ก็คือวิธีจัดการการถอนตัวของแพ็คเกจการสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่มีการระบาดใหญ่โต นั่นคือเหตุผลที่การแทรกแซงทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในการประชุมครั้งนี้และในการประชุมสุดยอดคอร์นวอลล์ที่กำลังจะมีขึ้นมีความสำคัญมาก

ข้อความจากเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังในลอนดอน ซึ่งจะสะท้อนโดยประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดนในคอร์นวอลล์ คือว่าทุกประเทศในกลุ่ม G7 รวมถึงสหราชอาณาจักร ไม่ควรถึงการถอนการสนับสนุนด้วยซ้ำ เศรษฐกิจ G7 มีพื้นที่ทางการคลังเพื่อเร่งการฟื้นตัว ไม่เพียงแต่จะไปถึงระดับจีดีพีก่อนเกิดโควิด แต่ยังสนับสนุนการกลับสู่เส้นทางการเติบโตก่อนเกิดโรคระบาด เยลเลน รัฐมนตรีในการปราศรัยเมื่อวันเสาร์ นี่คือเหตุผลที่เรายังคงเรียกร้องให้เปลี่ยนความคิดของเราจาก อย่าถอนการสนับสนุนเร็วเกินไป เป็น เราทำอะไรได้อีกในตอนนี้ – ไม่ใช่แค่เพื่อยุติการระบาดใหญ่ แต่ให้ใช้นโยบายการคลังเพื่อลงทุนในการจัดการ ปัญหารุ่นต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความไม่เท่าเทียมกัน

ว่าเศรษฐกิจของ G7 ทั้งหมดมี พื้นที่ทางการเงิน เพื่อเร่งการฟื้นตัว ไม่เพียงแต่จะช่วยหนุนขนาดของเศรษฐกิจก่อนเกิดการระบาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังต้องติดตามเส้นทางการเติบโตอีกด้วย ขาด โควิด-19 นางเยลเลนชี้ไปที่การคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ จะเป็นประเทศ G7 แห่งแรกที่กลับสู่ขนาดก่อนเกิดโรคระบาด ต้องขอบการเปิดตัววัคซีนและแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีไบเดน

แม้ว่าจะมีการบันทึกการกู้ยืมเงินในช่วงสงบและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อความของสหรัฐฯ ที่ส่งไปทั่วโลกก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจของต่อไป เพราะเพียงแค่การฟื้นการเติบโตที่สูญเสียไปจากการระบาดใหญ่จะไม่สร้างแรงกระตุ้นเพียงพอในการฟื้นตัว และยิ่งไปกว่านั้น การปรับเปลี่ยนการสนับสนุนโรคระบาดครั้งใหญ่ให้เป็นกองทุนเชิงโครงสร้าง เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นศูนย์ และการบรรเทาความยากจนและความไม่เท่าเทียมกัน มีโอกาสได้ถามรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาในคำถามเดียวกันกับที่ครุ่นคิดกันในตลาดการเงิน สหรัฐฯ คิดจริงๆ หรือไม่ว่าในช่วงเวลาที่การกู้ยืมเงินครั้งประวัติศาสตร์และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ สหรัฐฯ ควรจะเดินหน้าต่อไปโดยติดแก๊ส? คำตอบของโดยพื้นฐานแล้วคือใช่

 


ควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีให้ครอบคลุมมากที่สุด

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีเป็นการเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงที่สุด และครอบคลุมมากที่สุด แต่เบี้ยประกันนั้นก็สูงตามมาด้วยเช่นกัน เหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี หรือขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย ซึ่งให้ความคุ้มครองทั้งจากอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้ รวมถึงรถหาย, ไฟไหม้, โจรกรรม และภัยธรรมชาติ

ประกันภัยชั้น 2+, 3+ ส่วนประกันภัยชั้น 2+ นั้น มีความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 นิดหน่อย ซึ่งจะให้ความคุ้มครองรถยนต์ของคุณในกรณีที่มีคู่กรณีในเหตุการณ์รถยนต์ชนกับรถยนต์เท่านั้น และจะให้ความคุ้มครองรถของคุณและคู่กรณีไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม รวมทั้งในกรณีรถหาย, ไฟไหม้, โจรกรรม ส่วนประกันภัยชั้น 3+ นั้นก็จะมีความคุ้มครองที่น้อยลงมาจากชั้น 2+ นิดหน่อย คือไม่คุ้มครองในกรณี รถหาย, ไฟไหม้, และโจรกรรม

ประกันภัยชั้น 2, 3 ทั้งประกันภัยชั้น 2 และ 3 นั้นเป็นประกันภัยที่มีความคุ้มครองน้อยที่สุดในหมู่ประกันรถยนตืทั้งหมด เพราะให้ความคุ้มครองเฉพาะกับคู่กรณีเท่านั้น ซึ่งค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถของคุณคุณต้องรับผิดชอบเอง ประกันชั้น 2 และ 3 จะไม่รับผิดชอบให้

เดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย แน่นอนเลยว่าหากคุณเป็นผู้ที่ใช้รถใช้ถนนอยู่บ่อยครั้ง แถมยังขับรถในระยะทางใกล้ไกล ไปไหนไปกัน แถมยังออกต่างจังหวัดเป็นว่าเล่น ควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีนั้นควรเลือกให้ดีด้วย ถึงแม้ว่าคุณจะมีความชำนาญในการขับรถก็ตาม ยิ่งใช้รถบ่อยมากเท่าไร ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้นก็มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น การที่ทำประกันภัยชั้น 1 จะช่วยครอบคลุมความปลอดภัยและช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นในการเดินทาง เพราะประกันชั้น 1 นั้นครอบคลุมคุ้มครองทั้งตัวรถของคุณและคู่กรณีไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่มี รวมไปถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ประกันชั้น1 ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้รถในการเดินทางไกลมากขึ้นไปด้วย

ออกรถใหม่ป้ายแดง มีรถคันแรกขับรถยังไม่แข็ง สำหรับนักขับมือใหม่ หรือผู้ที่เพิ่งออกรถคันแรกในชีวิต เราขอแนะนำให้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีเอาไว้เลย เพราะเนื่องจากประสบการณ์ที่ยังมีไม่มากพอ อาจจะขับรถไปเฉี่ยวชนได้ง่าย หากเลือกทำประกันชั้นอื่นที่ไม่ใช่ชั้น 1 จะไม่สามารถยื่นเคลมได้ ดังนั้น เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุม เลือกประกันชั้น 1 เอาไว้ดีกว่า จ่ายแพงหน่อยแต่อุ่นใจ